สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ (finale)

ในตอนท้ายของ สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ภายหลังจากที่อลองโซ  กิฆานา เศรษฐีบ้านนอกคนนั้น สิ้นลมหายใจไป  อัลดอนซ่ารำพึงกับซานโช่ว่า ผู้ชายคนหนึ่งตายไป ดูท่าทางเขาจะเป็นคนดีนะ แต่ฉันไม่รู้จักเขา…

“ดอนกิโฮเต้ยังไม่ตาย  เชื่อฉันเถอะซานโช เขายังไม่ตาย! ”

 

padreperez-161

สำหรับ ลามันเชี่ยน ทุกคนที่ผ่านวันเวลาในดินแดนลามันช่ามาด้วยกันแล้ว  ดอนกิโฮเต้จะยังมีชีวิตอยู่ และ สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ย่อมมีตำแหน่งแห่งที่อันพิเศษในความทรงจำของเขาและเธออีกตราบนานเท่านานผมเชื่อเช่นนั้น!

 

padreperez-22

 

 

 

ภาพประกอบ ส่วนใหญ่ถ่ายโดยผู้เขียน ยกเว้นบางส่วนซึ่งจะระบุในลายน้ำของภาพว่าได้รับความอนุเคราะห์จากทาง บ.ซีเนริโอ จก. และผู้เขียนต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

คนต้อนฬ่อ/ล่อ

 padreperez-8

 

 

 

 

 

padreperez-10    padreperez-9molm_ton_and_o

ภาษาฝรั่งของกลุ่มตัวละคร “คนต้อนล่อ” นี้ เรียกว่า the muleteers

โดยอาชีพก็คือพ่อค้าเร่ ต้อนฝูงล่อ (หรือ ฬ่อ ลูกผสมระหว่างม้ากับลา เป็นสัตว์ใช้แรงงาน) เร่หากินไป ขายไป ทำนองเดียวกับที่ในเมืองไทยเคยมี นายฮ้อย จากภาคอีสาน ต้อนวัวควายลงมาขายทางภาคกลางเมื่อศตวรรษก่อน 

ใน สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ กลุ่มชายกักขฬะเหล่านี้ ถูกวางบทให้เป็น ผู้ร้าย อย่างแท้จริง คือแม้จะร้องเพลงเก่ง เต้นสวย แต่ก็เป็นคนชั่วร้อยเลวทรามสมบูรณ์แบบ (แถมยัง ปล้ำ นางเอกอีกต่างหาก! 

 

lmc_0271

แต่ ตัวจริง ของพวกเขา ล้วนเป็นยอดฝีมือในวงการของสยามประเทศ มีทั้งแชมป์ลีลาศระดับประเทศ  ศิษย์เก่า รร.บัลเลต์บอลย์ชอย นักแสดงหนุ่มอนาคตไกล ฯลฯ

ทั้งยังนิสัยดี และเฮฮากันสุดๆ ทุกคน

 

padreperez-32

ยุทธนา มุกดาสนิท

padreperez-3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อครั้งที่สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ลงโรงครั้งแรกในปี พ.. ๒๕๓๐ นั้น พี่หง่าว ยุทธนา มุกดาสนิท ผู้กำกับการแสดง เพิ่งอายุ ๓๕ ปี มารอบนี้ ถึงจะเปลี่ยนมาเป็นวัย ๕๖ แต่เขาก็ยังยืนยันมั่นคงให้ทุกคนเรียกว่า พี่ เท่านั้น

ห้ามเรียกลุงเรียกอาเรียกน้าเด็ดขาด!” พี่หง่าวยืนยันตั้งแต่ครั้งแรกๆ ที่ทีมงานทั้งหมดมาเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตา 

 

padreperez-14

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นอกจากรูปร่างหน้าตาที่ไม่บ่งบอกอายุแล้ว  แม้แต่พลังของเขาก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลย  ยังคงมีเหลือเฟือเหมือนที่เคยเห็นมาเมื่อ ๒๐ ปีก่อน

เราอาจเรียกได้ว่าเขาเป็น ชายร่างเล็กใจร้อนอย่างแท้จริง

 

padreperez-17

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ระหว่างนั่งดูการซ้อม เขามักลุกพรวดจากเก้าอี้ เดินขึ้นไปบนเวที เพื่ออธิบาย จัดท่า วางตำแหน่ง ให้นักแสดงฟังอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ก่อนที่จะกลับลงไปทันที เพื่อให้การซ้อมดำเนินต่อไป

เมื่อมีนักแสดงโทร. มาแจ้งลาป่วย ผู้กำกับฯ มักโวยว่า อะไรกัน ยังเด็กๆ อยู่เลย พี่อายุขนาดนี้แล้ว ยังไม่เคยป่วยเลย !” 

บางครั้งก็อาจขยายความต่อว่า Acting is Believing  ไม่สบายก็ is Believing เหมือนกัน  ห้ามเลยนะ ! ห้ามไม่สบาย  ถ้าจะไม่สบาย ให้นึกว่าเอาไว้ก่อน เอาไว้ให้แสดงเสร็จก่อน ไม่กี่วันเอง…”

ดังนั้น ถ้าจะมีใครในทีมลามันช่าที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับดอนกิโฮเต้มากที่สุด ก็เห็นจะเป็นพี่หง่าวนี่เอง

 

padreperez-2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เขาเป็นคนที่มี นิมิตเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง คอยผลักดัน กระตุ้นให้โลก (คือละครเรื่องนี้) ดำเนินไปตามความมุ่งหวังของเขา  ที่สำคัญ ข้อเรียกร้องของเขาจากนักแสดงและทีมงานนั้นไม่มีขีดจำกัด 

อาจด้วยเหตุนั้น คุณยุทธนาก็เลยเป็นเช่นเดียวกับศิลปินอีกเป็นจำนวนมาก ที่เมื่อวางเป้าหมายไว้แล้ว ก็จะตั้งหน้ามุ่งไปสู่จุดหมายปลายทางที่ตนฝันใฝ่  ไม่ว่าใครหรืออะไรที่ไม่สอดคล้องกับการตีความและภาพของละครตามอุดมคติของเขา ย่อมต้อง หลีกทาง ไป… 

“ครูจุ๋ม” สุมณฑา สวนผลรัตน์ : มาเรีย

นักแสดงสาวผู้มากประสบการณ์ อยู่ในวงการละครมาเกือบยี่สิบปี  มีผลงานทั้งละครเวที  ภาพยนตร์  โฆษณา บันทึกเสียง รวมทั้งการฝึกสอนการแสดง

         

ในสู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ปี 2551 เธอเป็น ครูจุ๋ม ผู้ฝึกสอนการแสดง (acting coach) ร่วมกับ ครูอ้อ (มัลลิกา ตั้งสงบ) ทั้งนำวอร์มร่างกาย และฝึกหัดการแสดงให้ทีมนักแสดงทั้งหมด ทั้งนักแสดงนำ นักแสดงสมทบ และ หมู่มวล

 

ขณะเดียวกัน เธอก็รับบทคนคุก และ มาเรีย ภรรยาเจ้าของโรงเตี๊ยมในละครเรื่องนี้ด้วย   ประโยคประจำตัวของครูจุ๋มใน สู๋ฝันฯ ก็คือ แหม…แม่ดัลซีเนีย ซึ่งเธอจะออกเสียงอย่างได้อารมณ์ และรักษาระดับเสียงกับจังหวะที่อยู่ตัวแล้วไว้ในการแสดงทุกรอบอย่างไม่มีผิดเพี้ยน !

“ครูอร” เหมือนฝัน อำพันแสง

ครูอร แห่ง จุดวิทยา (Point Studio) เธอเป็นนักบัลเลต์หญิงแถวหน้าคนหนึ่งของเมืองไทย เห็นชื่อในรายการแสดงใหญ่ๆ เสมอ แต่งานนี้ เธอยอมมาออดิชั่นเป็นหนึ่งใน หมู่มวล (อ็องซอม -  Ensemble) เพราะอยากร่วมงานกับละครเพลงสไตล์บรอดเวย์ดูบ้างสักครั้งหนึ่งในชีวิต

 

ถึงครูอรจะเป็นสาวร่างเล็กแต่น้ำใจเธอก็เด็ดเดี่ยวห้าวหาญ  ในฐานะนักแสดง เธอ เต็มที่ เสมอ   ระหว่างการซ้อมที่ผู้กำกับฯ ให้อิสระในการคิดประดิษฐ์การตีความหรือการแสดงในฉากต่างๆ เธอก็สร้างสรรค์เต็มที่จนได้รับคำชมจากคุณยุทธนา   

         

เมื่อถึงการแสดง เธอก็ทำหน้าที่แบบ เดินหน้าเต็มตัว เสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม บางรอบ ทั้งๆ ที่เธอป่วย เพลีย แต่ก็ยังยืนยันจะออกเต้นตามบท

         

เมื่อกลับเข้ามาก็ถึงกับต้องให้ออกซิเจน  

         

อีกรอบหนึ่งเกิดอุบัติเหตุ ครูอรหางคิ้วซ้ายแตกเลือดอาบ เธอลงไปนอนอยู่ข้างคุณพยาบาลใต้ถุนเวทีสักพักเดียวก็กลับขึ้นไปเล่นต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หลังจากละครเลิก เธอก็ต้องไปเย็บแผลต่อที่โรงพยาบาล อีกสี่เข็ม !!!!

รายการแฟ้มบุคคลขอปรบมือให้จริงๆ

จ๋า ศิวพร พันธรักษ์ : เฟอร์มิน่า

จ๋าเป็นนักแสดงอาชีพฝีมือดี ที่มีผลงานละครโทรทัศน์/ภาพยนตร์/โฆษณามากมาย ทยอยให้เราเห็นสม่ำเสมอ

       

ใน สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ฉบับ 2551 เธอคนนี้ รับบทหลายตัว

         

นอกจากคนคุกแล้ว เธอยังเป็น เฟอร์มิน่า สาวใช้ประจำโรงเตี๊ยม  ลีลาการกวาดลานโรงเตี๊ยม แบบสแปนิช ของเธอในตอนต้นของฉากกัลบก/หมวกทอง คงเป็นที่จดจำกันไปอีกนาน เช่นเดียวกับเสียงหัวเราะของเธอในบทบาท แขกมัวร์อุ้มลูก จาก Moorish Dance ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว

 

ในบรรดานักแสดงของโปรดักชั่นนี้ทั้งหมด จ๋าน่าจะมีกำลังใจดีกว่าเพื่อน

เพราะมีหนุ่มใหญ่มานั่งรอรับกลับบ้านหลังเลิกซ้อมทุกวัน (อิ๊ อิ๊)

เบิร์ด บุญพงษ์ พานิช : ผู้ว่าการ/เจ้าของโรงเตี๊ยม

 

หนุ่มอารมณ์ดีคนนี้ เรียนด้านละครมาโดยตรง จบ ป.ตรี สาขานั้นมาจาก ม.กรุงเทพ และกำลังเรียน ป.โท สาขานั้นอีกเช่นเดียวกันที่คณะอักษรฯ จุฬาฯ เขาเคยรับบทต่างๆ ในละครเวทีมากมายหลายเรื่อง   ปัจจุบัน เบิร์ดเป็นทั้งมือเขียนบทละครซิทคอม รวมทั้งบางคนอาจจะเคยเห็นเบิร์ดในรายการ "สาระแนโชว์" มาแล้ว  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในเรื่อง สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ นี้ เบิร์ดเล่นเป็น ผู้ว่าการ ” ผู้เป็น "เจ้าพ่อ" หัวหน้าเหล่าคนคุก สลับกับบทเจ้าของโรงเตี๊ยมในละครของเซรบานเตส ซึ่งเรียกเสียงฮา และความชื่นชมจากคนดูได้มากมาย  

บางเว็บบล็อก เขียนชื่นชมนักแสดงโดยระบุตัวเพียงสองคน ได้แก่ดอนกิโฮเต้ กับ เจ้าของโรงเตี๊ยม เท่านั้น  ซึ่งก็ต้องถือว่าเป็นผลสำเร็จมาจากการอดทนทำงานอย่างหนักหนาสาหัส ระหว่างเขากับผู้กำกับการแสดง          

แป๋ว นภาดา สุขกฤต : แม่บ้าน

คุณแป๋วเป็นนักร้องโดยอาชีพและโดยความรักความทุ่มเท เธอเข้าประกวดร้องเพลงสารพัดรายการมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ และร้องเพลงเรื่อยมาจนบัดนี้ 

ก่อนหน้านี้ คุณแป๋วเคยร่วมแสดงละครเวทีกับทางฝั่งของคุณครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน มาไม่น้อย รวมถึงมีอัลบั้มเพลงที่ออกกับค่ายแกรมมีด้วย แต่เพลงที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักมากที่สุด กลับเป็นเพลง I will Survive ภาคภาษาอีสาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

น่าเสียดายที่ใน สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ นี้ บทแม่บ้านของคุณแป๋วมีเพลงให้ร้องเพียงสองเพลงสั้นๆ และก็ไม่ได้ร้องคนเดียว แต่ร้องกับคุณเพิร์ล ผู้รับบทเป็นอันโตเนีย และท่านบาทหลวงที่แสดงโดยคุณศรัณย์ ทองปาน  ผู้ชมผู้ฟังจึงไม่มีโอกาสฟังพลังเสียงของเธอให้เต็มอิ่ม เล่นเอาหลายรายไปบ่นกระปอดกระแปดในเว็บพันทิพกัน แม้กระนั้น พลังเสียงในฉากสารภาพบาปนั้นเองก็ได้ทำให้ฉากเล็กๆ ในเรื่องกลายเป็นที่จดจำกันได้

 

 

ล่าสุด เธอกำลังศึกษาต่อระดับ ป.โท ด้านจิตเวช ด้วยความสนใจงานด้านดนตรีบำบัด ด้วยความหวังว่าจะได้นำสิ่งที่เธอรัก คือเสียงเพลง ไปช่วยเหลือสังคม น่านับถือเป็นอย่างยิ่งๆๆๆ !

เพิร์ล รพีพร ประทุมอานนท์ : อันโตเนีย

หนูเพิร์ลเป็นนักร้องเสียงใส มีผลงานร้องเพลงประกอบโฆษณา เพลงไตเติ้ลละคร ฯลฯ มากมาย และโดยอาชีพหลัก เธอเป็นครูสอนร้องเพลง จึงอาจไม่ค่อยได้มีใครเห็นหน้าค่าตาเธอนัก อย่างไรก็ดี หลายคนก็คงได้รู้จักเธอมากขึ้นจาก สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ฉบับ 2551 นี้ แม้ว่าบทอันโตเนีย หลานสาวของเฒ่าอลองโซ กิฆานา ที่เธอได้รับ อาจเป็นบทเล็กๆ มีเพลงร้องเพียงเพลงเดียว แต่ด้วยความหวานและพลังเสียงของเธอก็เป็นที่ประทับใจใครต่อใครมากมาย ถึงขนาดมีคนไปโพสต์ในเว็บบอร์ดพันทิพ ขนานนามเธอว่าเป็น “แม่นกคีรีบูนสีฟ้า” (ตามสีชุดกระโปรงของอันโตเนีย)

สุเมธ องอาจ : กัลบก

มีคนมาเล่าให้ฟังว่า หลัง สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ รอบค่ำวันหนึ่ง เดินตามหลังกลุ่มผู้ชมวัยหนุ่มสาวออกมาจากโรงละคร แล้วมีใครคนหนึ่งในนั้นเอ่ยถามขึ้นว่า สุเมธเล่นเป็นตัวอะไรเหรอ ?  เพื่อนอีกคนหนึ่งก็รีบพลิกสูจิบัตรหาให้ แล้วก็บอกว่า เป็น "กัลบก" !  เจ้าของคำถามคนเดิมก็เลยถามซ้ำว่า แล้วกัลบกนี่ มันม้าหรือลาล่ะ ? (ฮา- ปรบมือ)

สุเมธ ภ??ภ??จ

สุเมธ องอาจ

          ส่วนใหญ่ คนอาจจะรู้จักเขาในฐานะนักร้อง  หนึ่งในคู่หูดูเอ็ต สุเมธ แอนด์เดอะปั๋ง  บางคนอาจรู้ว่าเขาเป็นนักพากย์การ์ตูน รวมทั้งมาในระยะหลังมานี้ เราอาจได้เห็นหน้าตาเขาในละครโทรทัศน์และภาพยนตร์จอใหญ่ด้วยเหมือนกัน 

          ส่วนใน สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ เขารับบทเป็นกัลบก หรือช่างตัดผม เจ้าของเดิมของ อ่างโกนหนวด ที่ถูกดอนกิโฮเต้ทึกทักเอาว่าเป็น หมวกทองแห่งมัมบริโน อันศักดิ์สิทธิ์ แล้วเลยชิงเอาไป  ฉากนี้ทั้งฉากที่สุเมธได้แสดงมีความยาวประมาณ 10 นาทีเท่านั้น บางคนอาจไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ  แต่กระนั้น ในละครเวทีเรื่องแรกในชีวิตของเขานี้  ผู้ชมที่ตั้งอกตั้งใจดูหลายท่านก็ยังแสดงความชื่นชมกันให้กระหึ่มทางเว็บบอร์ดเว็บบล็อก  สมกับที่เป็นครั้งแรกที่คุณสุเมธทั้งร้องและเต้นบนเวที (ดูภาพ)

 

กัลบกในฉากหมวกทภ??แห่งมัมบริโน

กัลบกในฉากหมวกทองแห่งมัมบริโน

           อีก สิ่งหนึ่งเกี่ยวกับคุณสุเมธที่คนส่วนใหญ่อาจจะไม่เคยรู้ก็คือ พี่เขาเป็นคนรักหนังสือ และรักงานศิลปะอย่างยิ่ง ในระหว่างการซ้อมและการแสดง คุณสุเมธจะหมุนเวียนขนหนังสือศิลปะชนิดปกแข็งเล่มโต (ราคาเป็นพัน !) มากองให้น้องๆ เพื่อนๆ ที่สนใจ ได้พลิกดูชมกันด้วยความเพลิดเพลินเจริญใจ