ชีวิตประจำวัน

ในช่วงระหว่างวันที่ 13 – 22 มิถุนายน 2551 สู่ฝันอันยิ่งใหญ่จะแสดงวันละรอบในวันธรรมดา ตอนทุ่มครึ่ง ส่วนเสาร์อาทิตย์ เพิ่มรอบบ่ายสอง
 

ตารางชีวิตในระหว่างนั้นก็คือ ถ้าเป็นวันธรรมดา นักแสดงจะทยอยกันมาในช่วงประมาณบ่ายสองบ่ายสาม เพื่อเริ่มต้นแต่งหน้า ทำผม

ช่วงเย็น บางวันอาจมีการวิจารณ์โดยผู้กำกับฯ คือพี่หง่าว – คุณยุทธนา มุกดาสนิท เกี่ยวกับการแสดงรอบก่อนหน้า และข้อปรับปรุงสำหรับรอบต่อไป

ใครที่มีเวลาว่าง ก็หาเวลากินข้าวเย็นที่โรงอาหาร (ชั่วคราว) ใต้ถุนโรงละคร หรือไม่ก็ใช้เวลาไปกับเครื่องเกมส์เพลย์ในมือ ไล่ฆ่าไล่ยิงกันไป (ฮา)

ห้าถึงหกโมงเย็น วอร์มร่างกาย และวอร์มเสียง นักแสดงที่มีบทพูดมีร้องเพลง ติดไมค์ลอยที่โต๊ะไมค์ข้างเวที แล้วทดสอบไมค์ 

หลังจากนั้น ใครที่ยังแต่งหน้าแต่งตัวไม่เสร็จก็จัดการกันต่อ บางคนก็เริ่มลงมือกินข้าวเย็น

ทุ่มหนึ่ง stand by เตรียมพร้อม

ใกล้ทุ่มครึ่ง เข้าประจำตำแหน่งบนเวที เตรียมเริ่มการแสดง

ส่วนในวันเสาร์อาทิตย์ ก็เลื่อนเวลาขึ้นมาเริ่มต้นแต่งหน้าทำผมตั้งแต่ราวสิบเอ็ดโมงเช้า เพราะมีการแสดงสองรอบ คือรอบบ่ายสองโมง กับรอบทุ่มครึ่ง

 

เผยแพร่ใน: on สิงหาคม 16, 2008 at 8:27 am ให้ความเห็น
Tags:

ร่ายรำทำเพลง

ในละครเพลงอย่างที่สมัยนี้ชอบเรียกทับศัพท์ว่า มิวสิคัลนั้น  นอกจากการแสดงและการร้องเพลงแล้ว อีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันก็คือท่าเต้นซึ่งจะสื่อสารถึงประเด็นต่างๆ ของเรื่องได้อย่างลึกซึ้งไม่แพ้บทสนทนาอันคมคายเลย

สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ฉบับ 2551 ได้กำหนดทิศทางกันมาแต่แรก ว่าจะยึดการตีความตามแบบฉบับปี 2530 เป็นหลัก – รวมถึงท่าเต้นด้วย  แต่เนื่องจากคุณมานูเอล อลูม (Manuel Alum) ผู้ออกแบบท่าเต้นเดิมชาวอเมริกันเชื้อสายปอร์โตริกัน ถึงแก่กรรมไปนานแล้ว   ผู้ฝึกสอนท่าเต้นของปีนี้จึงต้องไปนั่งเปิดดูบันทึกการแสดงของปี 2530 ซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อ แกะท่าเต้นแบบของคุณอลูมในดีวีดีนั้นกลับมาฝึกหัดนักแสดงรุ่นปัจจุบัน

          อย่างไรก็ตาม ต่อมาในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ห้าสัปดาห์ก่อนเริ่มแสดงรอบแรก ทีมลามันช่าก็ได้ผู้ออกแบบท่าเต้นคนใหม่มาร่วมงานด้วย เป็นฝรั่งเช่นเดียวกับคนก่อน คือคุณเกล็น (Glenn van der Hoff) นักออกแบบท่าเต้นเชื้อสายดัทช์ อินโดนีเซียน  ปัจจุบันแต่งงานกับครูบัลเลต์สาวไทยและอาศัยอยู่ที่เชียงใหม่

แม้ว่าคุณเกล็นจะมาอยู่กับเราเพียงช่วงสั้นๆ แต่เขาก็ได้รับหน้าทีออกแบบท่าเต้นใหม่ในหลายๆ เพลงของ สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ฉบับใหม่นี้ เช่น ระบำแขกมัวร์ และฉากอัศวินกระจกเงา

 

ช่วงสองสัปดาห์นั้นจึงเป็นเวลาอันแสนเหนื่อยยากและตึงเครียดของเหล่าหมู่มวลอ็องซอม ที่ไหนจะต้องซ้อมละครต่อไปตามปกติ ทั้งยังต้องทดลองและจดจำท่าเต้นใหม่ๆ ที่คุณเกล็นออกแบบมาใหม่ทุกวัน อันล้วนเป็นท่าที่งดงามและ ยากมาก …”

และเนื่องจากเป็นการออกแบบใหม่ จึงมีบ่อยครั้งที่เมื่อสาธิตให้ผู้กำกับการแสดงชมแล้ว ปรากฏว่าไม่สอดคล้องกับการตีความละครในแบบของคุณยุทธนา  บรรดาหมู่มวลก็ต้องสละละทิ้งท่าพวกนั้น เริ่มทดลองฝึกหัดจดจำแบบใหม่ๆ ต่อไปอีกหลายรอบ 

 

เรียกว่ากว่าจะลงตัวได้ งานนี้ก็เสียทั้งเหงื่อและน้ำตากันไปไม่ใช่น้อยทีเดียว !

แด่ท่านที่ไม่มีร่างกาย

สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ รอบที่มีคนดูเป็นคนจริงๆ ไม่ใช่แค่ผู้กำกับฯ หรือเก้าอี้เปล่าๆ จะเริ่มในวันที่ 8 มิถุนายน 2551 เป็นรอบแรก

          ถึงจะเป็น รอบญาติ คือตั๋วฟรี แต่ก็เป็นคนจริงๆ หัวเราะ ร้องไห้ ตบมือ ได้จริงๆ ดังนั้น ก่อนการแสดงก็ต้องมี พิธีกรรม กันสักเล็กน้อย

          7 มิถุนายน กำหนดฤกษ์ 12.49 . มีการถวายเครื่องกระยาบวช ดอกไม้ ธูปเทียน แก่ท้าวมหาพรหมในศาลด้านข้างศูนย์การค้าเอสพละนาด ที่ตั้งของโรงละคร

        

          งานบวงสรวงทำกันอย่างเรียบง่าย ไม่มีพราหมณ์อะไรที่ไหน ผู้นำในพิธีคือพี่หมู – ปนัดดา เลิศล้ำอำไพ ในฐานะผู้จัดการคณะละครสองแปด 

         

นอกจากบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว งานนี้ยังได้เชื้อเชิญ พวกเราจากโปรดักชั่น 2530 ที่ล่วงลับไปแล้ว ทั้งคุณจรัล มโนเพชร (นักร้องชื่อดังผู้รับบทเซรบานเตส/กิโฮเต้) คุณมานูเอล อลูม (ผู้ออกแบบท่าเต้น) คุณอรรณพ จันสุตะ (ผู้ฝึกสอนการขับร้อง) คุณมัทนี เกษกมล (ผู้แปลบทละครเป็นภาษาไทย) มาด้วย

 

 

แถมยังเผื่อแผ่ไปจนถึงดวงวิญญานของมิเกล เด เซรบานเตส ผู้ประพันธ์เรื่องดอนกิโฮเต้ รวมทั้งทีมงานดั้งเดิมของ Man of La Mancha เวอร์ชั่นออริจินัลของฝรั่ง คือ เดล วัสเซอร์แมน (Dale Wasserman) ผู้ประพันธ์บทละคร มิทช์ ลีห์ (Mitch Leigh) นักแต่งเพลง และโจ ดาเรียน (Joe Darion) ผู้เขียนคำร้อง

เผยแพร่ใน: on กรกฎาคม 28, 2008 at 3:51 pm ให้ความเห็น
Tags:

สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ 2551

หลังจากละครเพลง “สู่ฝันอันยิ่งใหญ่” ฉบับ 2551 ลาโรงมาได้เดือนกว่าๆ

(ละครรอบสุดท้าย ณ เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ คือคืนวันที่ 22 มิถุนายน 2551)

ในฐานะที่เคยร่วมงานในโปรดักชั่นนี้มา จึงอยากจะบันทึกความทรงจำดีๆ ที่มีร่วมกันไว้เป็นที่ระลึกในไซเบอร์สเพซ

จะพยายามเล่าถึงแต่ละคนที่ได้ร่วมงานกันมา ในแง่มุมที่ได้มีโอกาสรู้จักคุ้นเคย

แน่นอนว่า คนเราย่อมไม่สามารถรู้ลึกรู้ละเอียดไปได้ทุกเรื่อง  สิ่งที่จะบันทึกไว้นี้ก็เช่นกัน

เป็นเพียงเรื่องที่ได้รับรู้มา ในช่วงเวลาหนึ่ง ในเงื่อนไขหนึ่ง อาจมีข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปบ้าง

แต่ทั้งหมดก็จะพยายามระวังไม่ให้เกิดความเสื่อมเสียกับใครๆ ที่ถูกอ้างถึง

ในการนี้ คงต้องใช้เวลาพอสมควร จะได้ทยอยเล่า ทยอยเขียนอัพขึ้นไว้เรื่อยๆ ครับ

เผยแพร่ใน: on กรกฎาคม 26, 2008 at 7:26 am ให้ความเห็น