สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ (finale)

ในตอนท้ายของ สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ภายหลังจากที่อลองโซ  กิฆานา เศรษฐีบ้านนอกคนนั้น สิ้นลมหายใจไป  อัลดอนซ่ารำพึงกับซานโช่ว่า ผู้ชายคนหนึ่งตายไป ดูท่าทางเขาจะเป็นคนดีนะ แต่ฉันไม่รู้จักเขา…

“ดอนกิโฮเต้ยังไม่ตาย  เชื่อฉันเถอะซานโช เขายังไม่ตาย! ”

 

padreperez-161

สำหรับ ลามันเชี่ยน ทุกคนที่ผ่านวันเวลาในดินแดนลามันช่ามาด้วยกันแล้ว  ดอนกิโฮเต้จะยังมีชีวิตอยู่ และ สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ย่อมมีตำแหน่งแห่งที่อันพิเศษในความทรงจำของเขาและเธออีกตราบนานเท่านานผมเชื่อเช่นนั้น!

 

padreperez-22

 

 

 

ภาพประกอบ ส่วนใหญ่ถ่ายโดยผู้เขียน ยกเว้นบางส่วนซึ่งจะระบุในลายน้ำของภาพว่าได้รับความอนุเคราะห์จากทาง บ.ซีเนริโอ จก. และผู้เขียนต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

ความในใจ

lmc_0140

สำหรับนักแสดงละครเวที แม้จะต้องยึดถือว่าไม่มีคนดูอยู่ในที่นั้น หรืออย่างที่มักเรียกกันว่าฝั่งด้านที่นั่งคนดูมี กำแพงที่สี่ กั้นขวางอยู่

แต่ในความเป็นจริง ปฏิกิริยาจากผู้ชมก็เป็นสิ่งสำคัญ

ระหว่างการแสดง ทุกวันพอนักแสดงเริ่มเข้ามาแต่งตัวแต่งหน้า ก็จะมีเสียงถามไถ่กันว่า เห็นคอลัมน์นั้นในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้หรือยัง หรือเห็นกระทู้นั้นในพันทิพ (www.pantip.com) หรือเปล่า เขาเขียนถึง สู่ฝันฯ ด้วยนะ บางคนก็หาหนังสือพิมพ์หรือพรินท์จากในเน็ตมาติดบอร์ดให้อ่านกันเป็นที่ครึกครื้น (เบน ชลาทิศ จะมีความสามารถเป็นเยี่ยมในการทำสุ้มทำเสียงอ่านกระทู้จากเว็บบอร์ดให้คนฟังฮากลิ้งได้!)

ละครเวทีนั้นเป็น ของสดแม้ว่านักแสดงจะตั้งปณิธานไว้ว่าต้องเล่นให้ดีที่สุดทุกรอบ เพราะคนดูเสียเงินมาดูเพียงครั้งเดียว จึงควรจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ

แต่ในความเป็นจริง แต่ละรอบก็ไม่เหมือนกันเลย

padreperez-28

ตั้งแต่คนดูเริ่มเข้าโรง นักแสดงก็จะไปชี้ชวนกันดูจากหลังม่าน ว่าคนมากน้อยอย่างไร หรือที่มีเพื่อนฝูง มีพ่อแม่ มี ซัมวัน มาในรอบนั้น ก็จะไปแอบดูว่ามาหรือยัง ฯลฯ

ในระหว่างการแสดง เสียงปรบมือ เสียงหัวเราะ เสียงถอนใจ เสียงสะอื้น (มักเกลื่อนๆ อยู่กับเสียงไอ) หรือแม้แต่ ความเงียบ จากผู้ชมก็ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเราบนเวที (แอบ) ได้ยินเสมอ 

lmc_0689

ถ้ารอบไหนแสดงไปแล้ว  คนดูเงียบเฉย (อาจจะงง ?) คนเล่นก็จะรู้สึกเหงาๆ ไปด้วย

ยิ่งเมื่อมีมุกตลกที่ ยิงไปแล้ว เกิด แป้กคนดูไม่ขำ พอเข้ามาหลังเวที นักแสดงก็จะมาถามกันว่าเราพลาดตรงไหนหรือ 

lmc_0658

พอรอบถัดไปก็ลองหาจังหวะใหม่  

ถ้าคนดูตอบรับดี พอเข้ามาหลังโรงแล้ว คนเล่นก็พลอยดีใจแทบจะกระโดดกอดกัน

อ็องซอม

 lmc_0387

เรียกกันในภาษาไทยว่า หมู่มวล หรือ Ensemble ดิกชันนารีอธิบายไว้ว่าหมายถึง ส่วนรวมของส่วนประกอบ หรือเรียกง่ายๆ ก็คือ ตัวประกอบ นั่นเอง 

 

 dsc_28831หากแต่อ็องซอมของ สู่ฝันฯ กลับมีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากละครเพลงเรื่องอื่นๆ เพราะตามปกติ อ็องซอมจะแสดงเป็นมนุษย์นิรนาม แต่ละฉาก อาจมาปรากฏตัวในฐานะตัวประกอบต่างๆ กันไป เดี๋ยวไปเป็นทหาร เดี๋ยวมาเป็นชาวบ้าน เดี๋ยวกลายเป็นนักระบำ อีกฉากดันเป็นต้นไม้ไปแล้ว (ถ้าบังเอิญเรื่องนั้นมีต้นไม้เต้นระบำ) แต่เรื่องนี้ อ็องซอมทุกคนเป็น นักแสดง ด้วยอย่างเต็มภาคภูมิ  ดังที่ผู้กำกับฯ ยุทธนา มุกดาสนิท เคยให้สัมภาษณ์ไว้ครั้งหนึ่งว่า

 

ทุกตัวละครอยู่ในแสตนดาร์ดที่สูง รวมทั้งอ็องซอม ซึ่งก็คือผู้แสดงประกอบร่วมทั้งหมด ซึ่งมีบทมากบ้างน้อยบ้าง ละครเรื่องลามันช่ามันแปลกตรงที่ว่า อ็องซอมไม่ใช่หางเครื่อง เป็นตัวละครหมด เพราะว่าเรื่องเกิดในคุกแห่งหนึ่ง ซึ่งทุกตัวละครต้องเล่น…”

 

padreperez-29

 padreperez-30padreperez-25

molm_lookfoam1padreperez-31 padreperez-341

padreperez-131   ที่น่าทึ่งคือ อ็องซอมของละครเรื่องนี้ แต่ละคนล้วนเป็น somebody ทั้งสิ้น มีทั้งนักเต้นระดับแถวหน้าของเมืองไทย เจ้าของโรงเรียนบัลเลต์ ครูโยคะ บัณฑิตด้านนาฏศิลป์และการละครจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ดาวรุ่งสาวน้อยมหัศจรรย์ ฯลฯ  

 

ไม่ว่าจะใหญ่มาจากไหน แต่พวกเขาและเธอล้วนเต็มใจเข้ามาเป็นส่วนเล็กๆ ที่เติมเต็มให้ละครเรื่องนี้งดงามยิ่ง !

คนต้อนฬ่อ/ล่อ

 padreperez-8

 

 

 

 

 

padreperez-10    padreperez-9molm_ton_and_o

ภาษาฝรั่งของกลุ่มตัวละคร “คนต้อนล่อ” นี้ เรียกว่า the muleteers

โดยอาชีพก็คือพ่อค้าเร่ ต้อนฝูงล่อ (หรือ ฬ่อ ลูกผสมระหว่างม้ากับลา เป็นสัตว์ใช้แรงงาน) เร่หากินไป ขายไป ทำนองเดียวกับที่ในเมืองไทยเคยมี นายฮ้อย จากภาคอีสาน ต้อนวัวควายลงมาขายทางภาคกลางเมื่อศตวรรษก่อน 

ใน สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ กลุ่มชายกักขฬะเหล่านี้ ถูกวางบทให้เป็น ผู้ร้าย อย่างแท้จริง คือแม้จะร้องเพลงเก่ง เต้นสวย แต่ก็เป็นคนชั่วร้อยเลวทรามสมบูรณ์แบบ (แถมยัง ปล้ำ นางเอกอีกต่างหาก! 

 

lmc_0271

แต่ ตัวจริง ของพวกเขา ล้วนเป็นยอดฝีมือในวงการของสยามประเทศ มีทั้งแชมป์ลีลาศระดับประเทศ  ศิษย์เก่า รร.บัลเลต์บอลย์ชอย นักแสดงหนุ่มอนาคตไกล ฯลฯ

ทั้งยังนิสัยดี และเฮฮากันสุดๆ ทุกคน

 

padreperez-32

มือที่มองไม่เห็น

padreperez-52

 

ในการเปิดแสดงละครเพลงโปรดักชั่นใหญ่ยักษ์แบบ สู่ฝันฯ นี้ บรรดานักแสดงที่มองเห็นกันอยู่บนเวที ถือว่าเป็นเพียงปลายยอดของภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาให้ปรากฏแก่สายตาของผู้ชม  แต่ลึกลงไป ในมุมที่ไม่อาจเห็นได้จากแถวที่นั่งคนดู ยังมีผู้คนอีกมากกว่ามาก ที่ขยันขันแข็ง ทุ่มเทแรงกายแรงใจไม่น้อยไปกว่านักแสดงเลย

padreperez-241

 

padreperez-41

 

padreperez-121padreperez-211

 padreperez-20

 

 

padreperez-151 padreperez-181padreperez-111

padreperez1

 padreperez-261

 

 

 

 

 

 

 

padreperez-16

 

 

 

 

 

 

ไม่ว่าจะเป็นบรรดา ครูๆ ที่ฝึกฝนการแสดง การร้องเพลง และการเต้น

เหล่าผู้ช่วยผู้กำกับเวที หรือ สเตจ ที่แฝงตัวอยู่ในเงามืด

สตาฟของคณะละครสองแปดที่ดูแลจัดการเรื่องสารพัด

ฝ่ายฉาก ที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ข้างหลืบและใต้เวที

นักดนตรี บุรุษชุดดำผู้อาศัยอยู่ในหลุมดำด้านหน้า

ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ฝ่ายเสื้อผ้า ฝ่ายควบคุมเสียง/แสง ฝ่ายคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ฝ่ายดูแลเรื่องอาหารการกิน ฯลฯ

เขาและเธอเหล่านี้ถือเป็นบุคคลที่มีส่วนร่วมอย่างสำคัญยิ่ง สำหรับทุกๆ ความชื่นชม และเสียงปรบมือ

เราจึงต้องขอค้อมหัวคารวะท่านเหล่านี้ ไว้ ณ ที่นี้

ยุทธนา มุกดาสนิท

padreperez-3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อครั้งที่สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ลงโรงครั้งแรกในปี พ.. ๒๕๓๐ นั้น พี่หง่าว ยุทธนา มุกดาสนิท ผู้กำกับการแสดง เพิ่งอายุ ๓๕ ปี มารอบนี้ ถึงจะเปลี่ยนมาเป็นวัย ๕๖ แต่เขาก็ยังยืนยันมั่นคงให้ทุกคนเรียกว่า พี่ เท่านั้น

ห้ามเรียกลุงเรียกอาเรียกน้าเด็ดขาด!” พี่หง่าวยืนยันตั้งแต่ครั้งแรกๆ ที่ทีมงานทั้งหมดมาเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตา 

 

padreperez-14

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นอกจากรูปร่างหน้าตาที่ไม่บ่งบอกอายุแล้ว  แม้แต่พลังของเขาก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลย  ยังคงมีเหลือเฟือเหมือนที่เคยเห็นมาเมื่อ ๒๐ ปีก่อน

เราอาจเรียกได้ว่าเขาเป็น ชายร่างเล็กใจร้อนอย่างแท้จริง

 

padreperez-17

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ระหว่างนั่งดูการซ้อม เขามักลุกพรวดจากเก้าอี้ เดินขึ้นไปบนเวที เพื่ออธิบาย จัดท่า วางตำแหน่ง ให้นักแสดงฟังอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ก่อนที่จะกลับลงไปทันที เพื่อให้การซ้อมดำเนินต่อไป

เมื่อมีนักแสดงโทร. มาแจ้งลาป่วย ผู้กำกับฯ มักโวยว่า อะไรกัน ยังเด็กๆ อยู่เลย พี่อายุขนาดนี้แล้ว ยังไม่เคยป่วยเลย !” 

บางครั้งก็อาจขยายความต่อว่า Acting is Believing  ไม่สบายก็ is Believing เหมือนกัน  ห้ามเลยนะ ! ห้ามไม่สบาย  ถ้าจะไม่สบาย ให้นึกว่าเอาไว้ก่อน เอาไว้ให้แสดงเสร็จก่อน ไม่กี่วันเอง…”

ดังนั้น ถ้าจะมีใครในทีมลามันช่าที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับดอนกิโฮเต้มากที่สุด ก็เห็นจะเป็นพี่หง่าวนี่เอง

 

padreperez-2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เขาเป็นคนที่มี นิมิตเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง คอยผลักดัน กระตุ้นให้โลก (คือละครเรื่องนี้) ดำเนินไปตามความมุ่งหวังของเขา  ที่สำคัญ ข้อเรียกร้องของเขาจากนักแสดงและทีมงานนั้นไม่มีขีดจำกัด 

อาจด้วยเหตุนั้น คุณยุทธนาก็เลยเป็นเช่นเดียวกับศิลปินอีกเป็นจำนวนมาก ที่เมื่อวางเป้าหมายไว้แล้ว ก็จะตั้งหน้ามุ่งไปสู่จุดหมายปลายทางที่ตนฝันใฝ่  ไม่ว่าใครหรืออะไรที่ไม่สอดคล้องกับการตีความและภาพของละครตามอุดมคติของเขา ย่อมต้อง หลีกทาง ไป… 

“ครูจุ๋ม” สุมณฑา สวนผลรัตน์ : มาเรีย

นักแสดงสาวผู้มากประสบการณ์ อยู่ในวงการละครมาเกือบยี่สิบปี  มีผลงานทั้งละครเวที  ภาพยนตร์  โฆษณา บันทึกเสียง รวมทั้งการฝึกสอนการแสดง

         

ในสู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ปี 2551 เธอเป็น ครูจุ๋ม ผู้ฝึกสอนการแสดง (acting coach) ร่วมกับ ครูอ้อ (มัลลิกา ตั้งสงบ) ทั้งนำวอร์มร่างกาย และฝึกหัดการแสดงให้ทีมนักแสดงทั้งหมด ทั้งนักแสดงนำ นักแสดงสมทบ และ หมู่มวล

 

ขณะเดียวกัน เธอก็รับบทคนคุก และ มาเรีย ภรรยาเจ้าของโรงเตี๊ยมในละครเรื่องนี้ด้วย   ประโยคประจำตัวของครูจุ๋มใน สู๋ฝันฯ ก็คือ แหม…แม่ดัลซีเนีย ซึ่งเธอจะออกเสียงอย่างได้อารมณ์ และรักษาระดับเสียงกับจังหวะที่อยู่ตัวแล้วไว้ในการแสดงทุกรอบอย่างไม่มีผิดเพี้ยน !

“ครูอร” เหมือนฝัน อำพันแสง

ครูอร แห่ง จุดวิทยา (Point Studio) เธอเป็นนักบัลเลต์หญิงแถวหน้าคนหนึ่งของเมืองไทย เห็นชื่อในรายการแสดงใหญ่ๆ เสมอ แต่งานนี้ เธอยอมมาออดิชั่นเป็นหนึ่งใน หมู่มวล (อ็องซอม -  Ensemble) เพราะอยากร่วมงานกับละครเพลงสไตล์บรอดเวย์ดูบ้างสักครั้งหนึ่งในชีวิต

 

ถึงครูอรจะเป็นสาวร่างเล็กแต่น้ำใจเธอก็เด็ดเดี่ยวห้าวหาญ  ในฐานะนักแสดง เธอ เต็มที่ เสมอ   ระหว่างการซ้อมที่ผู้กำกับฯ ให้อิสระในการคิดประดิษฐ์การตีความหรือการแสดงในฉากต่างๆ เธอก็สร้างสรรค์เต็มที่จนได้รับคำชมจากคุณยุทธนา   

         

เมื่อถึงการแสดง เธอก็ทำหน้าที่แบบ เดินหน้าเต็มตัว เสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม บางรอบ ทั้งๆ ที่เธอป่วย เพลีย แต่ก็ยังยืนยันจะออกเต้นตามบท

         

เมื่อกลับเข้ามาก็ถึงกับต้องให้ออกซิเจน  

         

อีกรอบหนึ่งเกิดอุบัติเหตุ ครูอรหางคิ้วซ้ายแตกเลือดอาบ เธอลงไปนอนอยู่ข้างคุณพยาบาลใต้ถุนเวทีสักพักเดียวก็กลับขึ้นไปเล่นต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หลังจากละครเลิก เธอก็ต้องไปเย็บแผลต่อที่โรงพยาบาล อีกสี่เข็ม !!!!

รายการแฟ้มบุคคลขอปรบมือให้จริงๆ

จ๋า ศิวพร พันธรักษ์ : เฟอร์มิน่า

จ๋าเป็นนักแสดงอาชีพฝีมือดี ที่มีผลงานละครโทรทัศน์/ภาพยนตร์/โฆษณามากมาย ทยอยให้เราเห็นสม่ำเสมอ

       

ใน สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ฉบับ 2551 เธอคนนี้ รับบทหลายตัว

         

นอกจากคนคุกแล้ว เธอยังเป็น เฟอร์มิน่า สาวใช้ประจำโรงเตี๊ยม  ลีลาการกวาดลานโรงเตี๊ยม แบบสแปนิช ของเธอในตอนต้นของฉากกัลบก/หมวกทอง คงเป็นที่จดจำกันไปอีกนาน เช่นเดียวกับเสียงหัวเราะของเธอในบทบาท แขกมัวร์อุ้มลูก จาก Moorish Dance ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว

 

ในบรรดานักแสดงของโปรดักชั่นนี้ทั้งหมด จ๋าน่าจะมีกำลังใจดีกว่าเพื่อน

เพราะมีหนุ่มใหญ่มานั่งรอรับกลับบ้านหลังเลิกซ้อมทุกวัน (อิ๊ อิ๊)

เบิร์ด บุญพงษ์ พานิช : ผู้ว่าการ/เจ้าของโรงเตี๊ยม

 

หนุ่มอารมณ์ดีคนนี้ เรียนด้านละครมาโดยตรง จบ ป.ตรี สาขานั้นมาจาก ม.กรุงเทพ และกำลังเรียน ป.โท สาขานั้นอีกเช่นเดียวกันที่คณะอักษรฯ จุฬาฯ เขาเคยรับบทต่างๆ ในละครเวทีมากมายหลายเรื่อง   ปัจจุบัน เบิร์ดเป็นทั้งมือเขียนบทละครซิทคอม รวมทั้งบางคนอาจจะเคยเห็นเบิร์ดในรายการ "สาระแนโชว์" มาแล้ว  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในเรื่อง สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ นี้ เบิร์ดเล่นเป็น ผู้ว่าการ ” ผู้เป็น "เจ้าพ่อ" หัวหน้าเหล่าคนคุก สลับกับบทเจ้าของโรงเตี๊ยมในละครของเซรบานเตส ซึ่งเรียกเสียงฮา และความชื่นชมจากคนดูได้มากมาย  

บางเว็บบล็อก เขียนชื่นชมนักแสดงโดยระบุตัวเพียงสองคน ได้แก่ดอนกิโฮเต้ กับ เจ้าของโรงเตี๊ยม เท่านั้น  ซึ่งก็ต้องถือว่าเป็นผลสำเร็จมาจากการอดทนทำงานอย่างหนักหนาสาหัส ระหว่างเขากับผู้กำกับการแสดง